MSN status [Update 5 minutes]
ทัวร์



การบริโภคน้ำพริกของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร 

 a|a

ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ ดังคำกล่าวที่รู้จักกันดีว่า “ในน้ำมีปลาในนามีข้าว แผ่นดินของเรานี้แสนอุดมสมบูรณ์” หรือ “ทรัพยในดิน สินในน้ำ” แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่เกี่ยวของกับการกิน ทำให้เรามีอาหารประจำชาติ (National Cuisine) ที่เป็นของคนไทย อาหารประจำชาติของคนไทย (Thai National Cuisine) เป็นอาหารที่กินพร้อมกับข้าวสุกหรือข้าวนึ่ง อาหารประจำชาติไทยที่สำคัญที่สุดและเป็นไทยแท้ คือ อาหารประเภทจิ้ม (Dipping) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ น้ำพริก

a|a

น้ำพริก เป็นกับข้าวดั้งเดิมของคนไทยที่มีมาแต่สมัยโบราณ ไม่ต่ำกว่า 700-800 ปีมาแล้ว การปรุงรสของน้ำพริกอย่างน้อยต้องมี 3 รสทุกมื้อ คือ เค็ม เปรี้ยว หวาน  แต่สมัยโบราณจะมีรสชาติ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐาน คือ รสเผ็ดและมีรสเค็มตาม นอกจากนี้ เติมพริกให้มีรสเผ็ดหรืออาจเติมพริกไทย เครื่องเทศใบไม้ รากไม้ที่มีกลิ่น เช่น โหระพา กะเพรา รากผักชี ข่า  ตะไคร้ ฯลฯ  ซึ่งจะให้รสชาติที่ดีและกลิ่นหอม

a|a

ม.ร.ว. คึกฤทธิ์  ปราโมช ได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า น้ำพริกมีหลายร้อยชนิด  ซึ่งมีความหลากหลายของภูมิปัญญาไทย ตัวอย่างน้ำพริก เช่น น้ำพริกกะปิ  น้ำพริกปลาย่าง ซึ่งน้ำพริกเหล่านี้ เป็นน้ำพริกของภาคกลาง นอกจากนี้ น้ำพริกยังเป็นศูนย์กลางของสำรับ ซึ่งมีกับข้าวหลายอย่าง  สมัยก่อนนั้นกับข้าวที่รับประทาน จะมีน้ำพริกอยู่ตรงกลางสำรับกับข้าวอื่นๆ  ซึ่งชนิดของกับข้าวต่างๆนี้เอง ต้องให้มีความเหมาะสมกับน้ำพริกว่าเป็นน้ำพริกอะไร

a|a

จะเห็นได้ว่าน้ำพริกเป็นกับข้าวพื้นฐานของไทย  เมื่อวิเคราะห์ส่วนประกอบของน้ำพริก  พบว่า ส่วนประกอบหลายชนิดมีฤทธิ์ทางสมุนไพรและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ตัวอย่างเช่น พริก มีสารที่ทำให้มีรสเผ็ดร้อน คือ แคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งมีอยู่ในไส้พริก สารแคปไซซิน มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายอย่าง เช่น มีฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้เพิ่มการหลั่งของน้ำลายและกรดในกระเพาะอาหาร และเพิ่มการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร จึงช่วยย่อยอาหาร ฤทธิ์ต่อระบบหายใจ สารแคปไซซิน ทำให้เกิดการไอ การหดเกร็งและการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ กระตุ้นการหลั่งน้ำมูก

a|a

กระเทียมเป็นพืชอีกชนิดหนึ่ง ที่มีส่วนในการประกอบของน้ำพริกหลายชนิด กระเทียมมีสรรพคุณทางยา ได้แก่ ขับลมในลำใส้ แก้กลากเกลื้อน แก้ไอขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร ข้อมุลทางวิทยาศาสตร์พบว่า สารอัลลิซินในกระเทียม มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด หัวกระเทียมสามารถลดปริมาณไขมันในเลือด ได้ทั้งในคนปกติ และผู้ป่วยที่มีระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดสูง

 

a|a

นอกจากฤทธิ์ทางสมุนไพรและฤทธิ์เภสัชวิทยาแล้ว น้ำพริกยังมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ตัวอย่างเช่น น้ำพริกแมงดา 100 กรัม มีโปรตีน 9.5 กรัม ใขมัน 3.3 กรัม ใยอาหาร 9.2 กรัม แคมเซียม 18.1 มิลลิกรัม น้ำพริกอ่อง 100 กรัม มีโปรตีน 6.9 กรัม ไขมัน 19.6 กรัม เบต้าแคโรทีน 357 ไมโครกรัม

 a|a

นอกจากสารอาหารต่างๆ ที่มีในน้ำพริกแล้ว เรายังได้รับสารอาหารจากผักที่รับประทานคุ่กับน้ำพริก ไม่ว่าจะเป็นผักสดหรือผักที่ผ่านการปรุงสุกก็ตาม ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น มะเขือเปราะ 100 กรัม มีเหล็ก 0.9 กรัม มะเขือพวง 100 กรัม มีใยอาหาร 13.6 กรัม แคลเชียม 182 ไมโครกรัม

a|a

ผักบุ้งไทย 100 กรัม มีเหล็ก 2 มิลลิกรัม โปตัสเซียม 399 มิลลิกรัม วิตามินเอ 148 ไมโครกรัม

a|a

กรณี รับประทานน้ำพริกและเครื่องเคียงเป็นชุด เช่น เมนูน้ำพริกกะปิ-ปลาทูทอด-ผัก หนึ่งหน่วยบริโภค (180 กรัม) ให้สารอาหาร เช่น โปรตีน 14.7 กรัม ไขมัน 11กรัม ใยอาหาร 5.8 กรัม แคลเซียม 173 มิลลิกรัม เหล็ก 2.5 มิลลิกรัม 

 a|a

นอกจากคุณค่าทางโภชนาการที่ได้รับจากผักที่รับประทานกับน้ำพริกแล้ว ผักเหล่านี้ ยังแสดงถึงความสวยงามของสำรับอาหาร กล่าวคือ มีการแกะสลักผักสีต่างๆ ทำให้อาหารมีสีสันสวยงามยิ่งขึ้น พรพรรณ ทองตัน  ได้กล่าวไว้ว่า ความวิจิตรงดงามในการจัดแต่งผักแกะสลักเป็นเครื่องจิ้มคู่กับน้ำพริก ได้รับการยอมรับให้เป็นอาหารประจำชาติจานพิเศษ สำหรับต้อนรับแขกบ้าน แขกเมืองและชาวต่างประเทศ ตามโรงแรมใหญ่ๆทั่วไป อีกทั้งยังได้รับการนำขึ้นเป็นเครื่องเสวยของพระเจ้าแผ่นดิน ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ 

 a|a

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งวัฒนธรรมการกินอาหารจากต่างประเทศ มาสู่สังคมไทยในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้คนไทยบริโภคอาหารต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ซึ่งหันมารับประทานอาหารแบบตะวันตก อาหารสำเร็จรุป อาหารกึ่งสำเร็จรูปหลายชนิด ที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เหมาะสม พฤติกรรมการกินของคนรุ่นใหม่เหล่านี้ สวนทางกับชาวตะวันตก ที่กินอาหารไทยมากขึ้น เนื่องจากทราบว่าอาหารไทยมีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการ

 a|a

น้ำพริกซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านและภูมิปัญญาของไทย ที่บรรพบุรุษได้สั่งสมมา อาจจะสุญหายไปจากสังคมไทย ถ้าไม่มีการอนุรักษ์และส่งเสริมให้บริโภค ตลอดจนการถ่ายทอดภูมิปัญญาการผลิตมาสู่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในสังคมเมืองเช่นกรุงเทพฯ

 a|a

ผุ้วิจัยของมหาวิทยาลัย จึงเห็นความสำคัญของการศึกษาการบริโภคอาหารประเภทน้ำพริก ของผู้บริโภคในกรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริโภคน้ำพริกของผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์ สำหรับการวางแผนส่งเสริมให้มีการบริโภคน้ำพริกใน คนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในเขตเมือง ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์จากการกินน้ำพริกกับเครื่องเคียง เช่น ผักต่างๆ เป็นต้น  โดยจะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ คุณค่าทางสมุนไพร ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง

 อ้างถึง ข้อมูลคัดมาบางส่วนจาก วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (สาขาวิทยาศาสตร์และเทโนโลยี) ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 มกราคม - มิถุนายน 2553

a|a


หน้าหลักหน้าหลัก

 
 

รถเข็น  

ว่าง

Order here:

(66) 081 648 8283

(66) 02 987 7050

fax : (66) 029877051